วันแม่แห่งชาติ

posted on 30 Jun 2011 22:21 by armvegas
                                  
พระราชประวัติ
 
              
 
               ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ที่บ้านพลเอกเจ้าพระยาวงศานุประพันธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระราหก ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ขณะนั้น เป็นระยะที่ประเทศเพิ่งเปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย ก่อนหน้านั้นพระบิดาของพระองค์ ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก มียศเป็นพันเอกหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร 
               หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕
หม่อมเจ้านักขัตรมงคลต้อง ทรงออกจากราชการทหาร โดยรัฐบาลแต่งตั้งให้ ไป รับราชการนตำแหน่งเลขานุการเอก ประจำสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกาส่วนหม่อมหลวงบัว ยังคงพำนักอยู่ในประเทศไทย จนให้ กำเนิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์แล้วจึงเดินทางไป สมทบมอบหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ให้อยู่นความดูแลของเจ้าพระยาวงศา นุประพันธ์และ ท้าววนิดาพิจาริณี ผู้เป็นบิดาและ มารดาของหม่อมหลวงบัว
               หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ต้องอยู่ห่างไกลพระบิดามารดาตั้งแต่อายุพียงน้อยนิด บางคราวต้องระหกระเหินไป ต่างจังหวัดกับพระบรมวงศานุวงศ์ตามเหตุการณ์ผันผวนทางการเมือง เช่น ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๖ หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้ ทรงรับนัดดาตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไป สงขลาด้วย 
               ปลายปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ หม่อมจ้านักขัตรมงคล ทรงลาออกจากราชการ
กลับประเทศไทยพร้อมครอบครัว อันมีหม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์บุตรคนโตและ หม่อมราชวงศ์บุษบาบุตรีคนเล็กผู้เกิดที่สหรัฐอเมริกาแล้วมารับหม่อมราชวงศ์อดุลยกิติ์บุตรคนรอง กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จากหม่อมเจ้าอัปษรสมาน กลับมาอยู่รวมกันที่ตำหนักซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนกรุงเกษม ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

        


               หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาดในพุทธ-ศักราช ๒๔๗๙ แต่เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาลุกลามมาถึงประเทศไทย จังหวัดพระนครถูกจมตีทางอากาศบ่อย ๆ ทำให้ การเดินทางไม่สะดวกและ ปลอดภัย หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ จึงต้องย้ายไป โรงเรียนที่โรงเรียนเซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์ และ ในเวลาต่อมาได้ตั้งใจที่จะเป็นนักเปียโนผู้มีชื่อเสียง
               หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้เผชิญสภาพของสงครามโลกเช่นเดียวกับคนไทยทั้งหลาย พระบิดาผู้ ทรงเป็นทหารเป็นผู้ปลูกฝังให้ บุตร และ บุตรีรู้จักความมีวินัย ความอดทน ความกล้าหาญ และ ความเสียสละ โดยอาศัยเหตุการณ์ในสงครามเป็นตัวอย่าง และ สงครามก็ทำให้ ผู้คนต้องหันหน้าเข้าช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยากสิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มีความเมตตาต่อผู้อื่น และ รักความมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เยาว์วัย
              หลังจากสงครามสงบแล้ว นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น คือ นายควง อภัยวงศ์ ได้แต่งตั้งให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลเป็นรัฐทูตวิสามัญและ อัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มประจำสำนักเซ็นต์เจมส์ ประเทศอังกฤษ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลจึง ทรงพาครอบครัวทั้งหมดไป ด้วยในกลางปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ ขณะนั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๓ ของโรงเรียนเซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์อนแวนต์แล้ว
               ระหว่างที่อยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ตั้งใจเรียนเปียโน ภาษาอังกฤษ และ ภาษาฝรั่งเศสกับครูพิเศษ แต่อยู่อังกฤษได้ไม่นานหม่อมเจ้านักขัตร มงคลก็ ทรงย้ายไปประเทศเดนมาร์กและ ประเทศฝรั่งเศสตามลำดับ ระหว่างนี้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ยังคงตั้งใจเรียนเปียโนอย่างขะมักเขม้นเพื่อเตรียมสอบเข้าวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส
               พุทธศักราช ๒๔๙๑ ขณะที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและ ครอบครัวอยู่ในปารีส ได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งโปรดเสด็จพระราชดำเนินไป ทอดพระ-เนตรโรงงานทำรถยนต์ในกรุงปารีสอยู่เสมอ จนเป็นที่คุ้นเคยต่อพระยุคลบาทและ ต้องพระราชอัธยาศัย ฉะนั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประสบอุปัทวเหตุทางรถยนต์ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ต้องประทับรักษาพระองค์ในสถานพยาบาล จึง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมหลวงบัวพาบุตรีทั้งสง คือหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ และ หม่อมราชวงศ์บุษบา เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเยี่ยมอาการเป็นประจำ จนพระอาการประชวรทุเลาลง เสด็จกลับพระตำหนักได้ สมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่งขอให้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่ศึกษาต่อที่เมืองโลซานน์ในโรงเรียนประจำ Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในการสอนวิชาพิเศษแก่กุลสตรี คือ ภาษา ศิลปะ ดนตรี ประวัติวรรณคดี และประวัติศาสตร์ 
               ต่อมาอีก ๑ ปี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและ ครอบครัว
มาเฝ้าฯ แล้วสมเด็จพระราชชนนีรับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคล และ ประกอบพระราชพิธีหมั้นอย่างเงียบ ๆ ในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ ทรงใช้พระธำมรงค์ที่สมเด็จพระราชบิดา ทรงหมั้นสมเด็จพระราชชนนี เป็นพระธำมรงค์หมั้น แล้วคงให้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ศึกษาต่อไป จนเสด็จนิวัตพระนคร จึงโปรดเกล้าฯ ให้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ตามเสด็จกลับมาถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓
               วันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ มีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม สมเด็จพระศรีสวรินทbราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นประธานพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์และ เทพมนต์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้ ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และ ในวันนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นสมเด็จพระราชินี
 
                
 
 
                วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ เป็นวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเฉลิมพระบรมนามาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และ ทรงสถาปนาเฉลิมพระยศสมเด็จพระราชินีเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี”
               วันที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะแพทย์ผู้รักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกราบบังคมทูลแนะนำให้ ทรงพักรักษาพระองค์อีกระยะหนึ่ง พุทธศักราช ๒๔๙๔ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเจริญพระชันษาได้ ๗ เดือน ทั้งสามพระองค์จึงเสด็จนิวัตประเทศ ประทับ ณ พระที่นั่อัมพรสถานพระราชวังดุสิต หลังจากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ ซึ่งต่อมา ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งต่อมา ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ได้ประสูติต่อมาตามลำดับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน รวมพระราชโอรสและ พระราชธิดา ๔ พระองค์
               สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เป็นลำดับมา ทั้งในฐานะที่ ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีของไทยและ ในฐานะคู่พระราชหฤทัยแห่งพระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว กล่าวคือ ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภาระทั้งหลายไป ได้มาก อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ทรัพยากรธรรมชาติ และ การพัฒนาประเทศอยู่เนือง ๆ เห็นได้ชัดจากพระราชกรณียกิจที่เผยแพร่สู่สายตาประชาชนอยู่ทุกวันนี้
 
 
พระราชกรณียกิจ
 
 
พระราชินี กับ กำเนิดโครงการศิลปาชิพ
               ทรงริเริ่มโครงการหัตถกรรมเพื่อช่วยเหลือราษฎร เป็นครั้งแรกที่หมู่บ้านเขา เต่า จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๐๘ ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลโท หม่อมเจ้าประเสริฐศรี ชยางกูร ราชคงรักษ์เป็นผู้ควบคุมโครงการ โดยทรงชักชวนให้หญิงชาวบ้านเขาเต่า หัดทอผ้าฝ้ายขาย เพื่อเป็นอาชีพเสริม
               โดยช่วงระหว่างที่ประทับอยู่ณ พระราชวังไกลกังวล ทรงได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ไปขอครูทอผ้าจากโรงงานทอผ้าบ้านไร่ จังหวัดราชบุรี มาสอนการทอผ้าให้แก่ราษฎรบ้านเขาเต่า พร้อมทั้งสร้างกี่ทอผ้าขึ้นท้ายวังไกลกังวล ทรงส่งรถไปรับชาวบ้านมาหัดทอผ้า เริ่มจากการทอผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นเป็นส่วนใหญ่ พร้อมทั้งพระราชทานอาหารกลางวัน และค่าแรงแก่ผู้ทอ และโปรดเกล้าฯ ให้นางสนองพระโอษฐ์ช่วยกันดูแลเด็กเล็กลูกของราษฎร จนกระทั้งพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร จึงบ้ายกิจการไปอยู่ใต้ถุนศาลาวัดเขาเต่า โดยเจ้าอาวาสวัดเขาเต่าและครูใหญ่โรงเรียนเขาเต่าช่วยดูแลต่อ
                ปัจจุบันโครงการทอผ้าฝ้ายที่เขาเต่าได้เปลี่ยนแปลงเป็นกิจการของกรมการพัฒนา ชุมชน โดยพัฒนากรอำเภอหัวหิน เป็นผู้ดูแลโครงการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๑ มีการสอนการทอผ้า ย้อมสี ตัดเย็บ และสอนการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ป่านศรนารายณ์
 
 
 
พระราชดำริเกี่ยว กับการอนุรักษ์เต่าทะเล 
               สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีน้ำพระราชหฤทัยห่วงใยที่เต่าทะเล ทรงตระหนักว่าทรัพยากรธรรมชาติ ทางทะเลของไทยนับวันมีแต่จะ ลดน้อยลง มีสัตว์หลายชนิดที่ใกล้จะ สูญพันธุ์ โดยเฉพาะเต่าทะเล เช่น เต่ามะเฟือง เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า เต่าตาแดง ซึ่งในอดีตเคยมีเป็น จำนวนมาก บัดนี้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากราษฎรนิยมเก็บไข่เต่าทะเลไปซื้อขายเพื่อประกอบอาหาร แม้กรมประมงจะ ขอแก้ไขกฎหมายประมง เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๓ กำหนดให้ผู้ครอบครอง เต่าทะเลมีความผิดตามกฎหมาย แต่สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น
               สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์เต่าทะเล โดยได้ พระราชทาน เกาะมันใน จังหวัดระยอง ซึ่งรัฐบาลในสมัยนั้นถวายให้เป็น ทรัพย์สินส่วนพระองค์ จัดเป็น ศูนย์กลางอนุรักษ์และ เพาะขยายพันธุ์เต่าทะเล พระราชทานชื่อว่า โครงการสมเด็จฯอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เริ่มเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ผู้แทนจากกรมประมง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เต่าทะเล เพื่อนำไปใช้ในการแพร่ขยายพันธุ์ศูนย์อนุรักษ์และ เพาะขยายพันธุ์เต่าทะเลนี้
               ต่อมาเมื่อโครงการสิ้นสุดลงได้ เปลี่ยนชื่อเป็น สถานีอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล สังกัดกรมประมง กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ห่างจากชายฝั่งอ่าวมะขามประมาณ ๖ กิโลเมตร มีพื้นทีประมาณ ๑๓๗ ไร่ อันมีสภาพภูมิประเทศเป็น ชายฝั่งยาว ๑,๒๐๐ เมตร กว้าง ๕๕๐ เมตร ประกอบด้วย หาดทรายและ โขดหินน้อยใหญ่จำนวนมาก เป็น แหล่งที่เต่าทะเลชอบขึ้นมาวางไข่ ทั้งเต่ากระและ เต่าตนุ ขณะเดียวกันก็ได้ มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์เต่าทะเล โดยห้ามการจับและ มีไว้ในครอบครองอีกด้วย
 
 
               ศูนย์ฯมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิจัยชีววิทยาของเต่าทะเลอนุรักษ์ และ เพิ่มจำนวนโดยการเพาะขยายพันธุ์ ปล่อยสู่ทะเลตามธรรมชาติ โดยวิธีนำไข่เต่าทะเล ซึ่งส่วนใหญ่ได้ จาก เกาะคราม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็น พื้นที่ในความดูแลของกองทัพเรือ นำมาเพาะฟัก และ อนุบาล เมื่อลูกเต่ามีอายุประมาณ ๖ เดือน จะ ติดเครื่องหมายเพื่อติดตามผล นำปล่อยลงสู่ทะเล ลูกเต่าส่วนหนึ่งนำไปเลี้ยงไว้เป็น แม่พันธุ์พ่อพันธุ์ต่อไป กรมประมงประกาศขอให้ผู้พบเต่าทะเล ที่ติดเครื่องหมายนำส่งคืนศูนย์ เพื่อเป็น ข้อมูลศึกษาค้นคว้าวิจัย และ ยังทดลองเลี้ยงเต่าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เพื่อให้ผสมพันธุ์และ วางไข่ ซึ่งประสบความสำเร็จ สามารถขยายพันธุ์ลูกเต่าให้มีจำนวนมากขึ้น นำมาอนุบาลแล้วปล่อยคืนสู่ท้องทะเล
 
เรียงความ
 
               “แม่” คำๆนี้เป็นเพียงคาสั้นๆ แต่มีความหมายที่ลึกซึ้ง ท่านคือผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งบนโลก แต่กลับเป็นคนพิเศษสาหรับลูก  แม่คือผู้ประเสริฐสุดในชีวิตทุกๆชีวิต เป็นผู้ที่สามารถให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ลูกได้ ตลอดเวลาตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ จน ณ วินาทีนี้ แม่ก็ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้ไม่มีสิ้นสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถให้เราได้อย่างแม่ พระคุณของแม่ใหญ่หลวงเกินกว่าที่จะบรรยายได้ ทดแทนเท่าใดก็ไม่หมด ท่านเป็นผู้ให้กำเนิด คอยป้อนข้าวป้อนน้ำ คอยเฝ้าดูเราในยามที่ป่วยไข้ เลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่ให้มีความรู้ที่ดี อีกทั้งยังคอยเป็นกำลังใจให้เราในวันที่ท้อแท้ ดังนั้นเราควรปฏิบัติต่อท่านให้ดี อาจจะไม่ดีเท่าที่ท่านทำให้เรา แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนพระคุณท่านและทำหน้าที่ของลูกที่ดี ไม่ทำให้ท่านทุกข์ใจ เสียใจและผิดหวัง
 
 พระราชประวัติ
 
 
 
               พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพ ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น(Mount Auburn) เมืองเคมบริดจ์ (Cambridge) รัฐแมสสาชูเซตต์  (Massachusetts สหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีเถาะ นพศก จุลศักราช  ๑๒๘๙ ตรงกับวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๐ มีพระนามเดิมว่า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช เป็นพระโอรสพระองค์เล็กในสมเด็จพระราชบิดา เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี) และสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์  
               ซึ่งภายหลังทั้งสองพระองค์ได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธย  เป็นสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก  และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  มีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา  กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤษภาคม  พุทธศักราช ๒๔๖๖  ณ กรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ  กับพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน  พุทธศักราช  ๒๔๖๘ ณ เมืองไฮเดลแบร์ก  ประเทศเยอรมนี         
               เมื่อพุทธศักราช  ๒๔๗๑  ได้โดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก  ซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต  เกียรตินิยม  จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  สหรัฐอเมริกา  กลับประเทศไทยประทับ ณ วังสระปทุม  ต่อมาในวันที่ ๒๔ กันยายน  พุทธศักราช  ๒๔๗๒  สมเด็จพระบรมราชชนกสวรรคต  ขณะนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันทรงเจริญพระชนมายุได้ไม่ถึง ๒ ปี  และเมื่อมีพระชนมายุได้  ๕ ปี  ได้ทรงเข้ารับการศึกษาชั้นต้น ณ โรงเรียนมาแตร์เดอี  กรุงเทพฯ  จึงถึงพุทธศักราช ๒๔๗๖  จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ เมือง โลซานน์  ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี  พระเชษฐภคินี  และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช  เพื่อทรงศึกษาต่อในชั้ประถมศึกษาในโรงเรียนเมียร์มองต์ (Mieremont)  ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศส  ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ  จากนั้นทรงเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษา ณ เอกอล  นูแวล  เดอ ลา ซืออิส โรงมองต์ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) ตำบลแชลลี (Chailly)  เมืองโลซานน์  เมื่อทรงรับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์  จากยิมนาส กลาซีค  กังโตนาล(Gymnase Classique Cantonal) แห่งเมืองโลซานน์แล้ว  ทรงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยโลซานน์  โดยทรงเลือกศึกษาในแขนงวิชาวิศวกรรมศาสตร์
               ในพุทธศักราช  ๒๔๗๗  พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าอานันทมหิดล  เสด็จขึ้นครองราชย์เป็พระมหากษัตริย์  รัชกาลที่ ๘ แห่งบรมราชจักรีวงศ์  พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช จึงทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น  สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ  เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช  เมื่อพุทธศักราช  ๒๔๗๘ และได้โดยเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล  นิวัตประเทศไทยเป็นครั้งแรกในพุทธศักราช ๒๔๘๑  โดยประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต  เป็นการชั่วคราว  แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์  จนถึงพุทธศักราช  ๒๔๘๘  จึงโดยเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล  นิวัตประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง  ครั้งนี้ประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมาน  ในพระบรมมหาราชวัง
 
 
                                 
 
               ในวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตโดยกระทันหัน ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดชจึงเสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์ในวันเดียวกันนั้น  แต่เนื่องจากยังมีพระราชกิจด้านการศึกษา จึงต้องทรงอำลาประชาชนชาวไทยเสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้งหนึ่งในเดือนสิงหาคม  พุทธศักราช ๒๔๘๙  เพื่อทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยแห่งเดิม  ในครั้งนี้ทรงเลือกศึกษวิชากฎหมายและวิชารัฐศาสตร์  แทนวิชาวิศวกรรมศาสตร์ที่ทรงศึกษาอยู่เดิม
 
 
 
               ระหว่างที่ประทับศึกษาอยู่ในต่างประเทศนั้น  ทรงพบหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์  กิติยากร  ธิดาในหม่อมเจ้านักขัตรมงคล  กิติยากร  กับหม่อมหลวงบัว (สนิทวงศ์) กิติยากร  (ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาพระอิสริยยศ  หม่อมเจ้านักขัตรมงคลฯ  ขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้านักขัตรมงคล  เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓  และขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม  มีพระนามว่า พระวรวงศ์เธอกรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๕) ต่อมาทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์  กิติยากร ในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม  พุทธศักราช  ๒๔๙๒  ณ เมืองโลซานน์  ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
          ในพุทธศักราช ๒๔๙๓  เสด็จพระราชดำเนินนิวัตพระนครประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม  ให้ตั้งการพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทหิดล  ในเดือนมีนาคม  พุทธศักราช  ๒๔๙๓  ต่อมาในวันที่๒๘ เมษายน  ปีเดียวกันทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี  พระพันวัสสอัยยิกาเจ้า  ในวังสระปทุมซึ่งในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสนี้  มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์  กิติยากร  ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์
               ในวันที่ ๕  พฤษภาคม  พุทธศักราช  ๒๔๙๓  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีขึ้น ณ  พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง  เฉลิมพระบรมนามาภิไธย  ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร  สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  พร้อมทั้งพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม  เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม  และในโอกาสนี้  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี                                                    
 
               หลังจากเสร็จการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว  ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงรักษาพระสุขภาพ ณ เมืองโลซานน์  ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ตามที่คณะแพทย์ได้ถวายคำแนะนำ  และระหว่างที่ประทับในเมืองโลซานน์  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี  มีพระประสูติกาลพระราชธิดาพระองค์แรกคือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี  ซึ่งประสูติ ณ โรงพยาบาลมองซัวซีส์  เมืองโลซานน์  เมื่อวันที่ ๕ เมษายน  พุทธศักราช ๒๔๙๔  และเมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์แรกเจริญพระชันษาได้ ๗ เดือน  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินนิวัตพระนคร ประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  พระราชวังดุสิต จากนั้นทรงย้ายที่ประทับไปประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน  พระราชวังดุสิต  เนื่องจากทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ปรับปรุงพระตำหนักจิตรลดารโหฐานสำหรับเป็นที่ประทับแทนการที่รัฐบาลจะจัดสร้างพระตำหนักขึ้นใหม่  และที่พระที่นั่งอัมพรสถานนี้เอง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินี  มีพระประสูติกาลพระราชโอรสและพระราชธิดาอีกสามพระองค์  คือ
 
 
                        
 
               สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ  เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ  ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม  พุทธศักราช ๒๔๙๕ ในพุทธศักราช  ๒๕๑๕  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช  เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์  ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ ๒ เมษายน  พุทธศักราช  ๒๔๙๘  ในพุทธศักราช  ๒๕๒๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม  สถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรรัฐสีมาคุณากร  ปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์  อัครราชกุมารี ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๔ กรกฎาคม  พุทธศักราช ๒๕๐๐
                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระผนวช  เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม  พุทธศักราช  ๒๔๙๙  ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ในพระบรมมหาราชวัง  และประทับจำพรรษา  ณ  พระตำหนักปั้นหยา วัดบวรนิเวศวิหาร  มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม  ให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินี  เป็นผู้สำเร็จราชการทรงปฏิบัติราชการแผ่นดินแทนพระองค์ตลอดเวลา ๑๕ วัน  ที่ทรงพระผนวชอยู่  และจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินี  ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้อย่างเรียบร้อยเป็นที่พอพระราชหฤทัย 
จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จ-พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ในปีเดียวกันนั้นเอง  และในวันที่  ๓๑  ตุลาคม  พุททศักราช  ๒๕๐๐  หลังจากทรงประกอบพิธีเฉลิมพระตำหนัจิตรลดารโหฐาน  ซึ่งได้ต่อเติมขึ้นใหม่แล้ว  ทรงย้ายที่ประทับจากพระที่นั่งอัมพรสถาน  พระราชวังดุสิต  กลับไปประทับที่  พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต  จนถึงปัจจุบัน
 
 
พระราชกรณียกิจ
 
               แต่พระราชกรณียกิจหลักของพระองค์คือ การยกระดับสภาพความเป็นอยู่ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังท้องที่ต่างๆ พร้อมทอดพระเนตรสภาพปัญหาในท้องที่เหล่านั้นด้วยพระองค์เอง พระองค์จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละปี เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักตามภูมิภาคต่างๆ และจะทรงหาโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงอยู่เสมอ จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีพื้นที่แห่งใดในประเทศไทย ที่พระองค์ไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปถึง

               ตลอด ๖๐ ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงงานอย่างไม่เคยว่างเว้น และทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ถึงพร้อมทั้งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ จึงเป็นช่วงเวลา ๖๐ ปีที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี พระราชกรณียกิจทั้งหลายที่พระองค์ทรงบำเพ็ญ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

                "ตลอดระยะเวลา 60 กว่าปี ของการครองราชย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงอุทิศพระองค์ให้แก่ ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขและใช้เวลาส่วนพระองค์เสด็จเยี่ยมประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยทรงใช้เวลาอยู่กับประชาชนอย่างใกล้ชิด จึงทรงตระหนักในปัญหาต่าง ๆ ของประชาชน ซึ่งได้ทรงพระราชทานพระราชดำริให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแก้ปัญหา รวมทั้งทรงพระกรุณาธิคุณพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในโครงการต่างๆ ที่ทรงเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน อันเป็นที่มาของโครงการตามพระราชดำริหลายโครงการที่เกิดขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ" 
               ข้าพเจ้าในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งรู้สึกภูมิใจและโชคดีอย่างยิ่งที่เกิดเป็นคนไทยภายใต้ร่มพระบารมีของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ไทยที่ยอมอุทิศพระองค์ เพื่อประโยชน์และความสุขของชาวไทยทั้งประเทศ ข้าพเจ้าจึงอยากจะขอตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณด้วยการเผยแพร่คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
 
 
 
9 คำพ่อสอน
 
1. ความเพียร
          การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สำคัญที่สุดคือความอดทน คือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือมันดูครึทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่า การทำให้ดีต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง
 
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษา ครู และอาจารย์ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ
วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2516
 
2.ความพอดี
          ในการสร้างตัว สร้างฐานะนั้นจะต้องถือหลักค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและความพอเหมาะพอดี ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง หรือทำด้วยความเร่งรีบ เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับสูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับ ผลที่เกิดขึ้นจึงจะแน่นอน มีหลักเกณฑ์ เป็นประโยชน์แท้และยั่งยืน
 
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2540
 
3.ความรู้ตน
          เด็กๆ ทำอะไรต้องหัดให้รู้ตัว การรู้ตัวอยู่เสมอจะทำให้เป็นคนมีระเบียบ และคนที่มีระเบียบดีแล้วจะสามารถเล่าเรียนและทำงานต่าง ๆ ได้โดยถูกต้อง รวดเร็ว จะเป็นคนที่สร้างความสำเร็จและความเจริญให้แก่ตนเอง และส่วนรวมในอนาคตอย่างแน่นอน
 
พระบรมราโชวาท พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือ วันเด็กประจำปี พ.ศ.2521
 
4.คนเราจะต้องรับและจะต้องให้
          คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่า ต่อไปและเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติ ประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ช่วยด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้
 
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
วันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2521
 
5.อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ
          ในวงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมที่จะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม
 
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย
วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2496
 
6.พูดจริง ทำจริง
          ผู้หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและการยกย่องสรรเสริญจากคนทุกฝ่าย การพูดหรือทำ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม
 
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2540
 
7.หนังสือเป็นออมสิน
          หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนถึงทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้ายๆธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้
 
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ
ในโอกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท  วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2514
 
8.ความซื่อสัตย์
          ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐานของความดีทุกอย่าง เด็ก ๆ จึงต้องฝึกฝนอบรมให้เกิดมีขึ้นในตนเอง เพื่อจักได้เติบโตขึ้นเป็นคนดี มีประโยชน์ และมีชึวิตที่สะอาด เจริญมั่นคง
 
พระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กปี 2531
 
9.การเอาชนะใจตน
          ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใด ๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่ว ว่าเสื่อม เราต้องฝืนต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่น ที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี ความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้น ๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืน ดีขึ้นเป็นลำดับ
 
พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ
ครั้งที่ 12ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2513
 
 
Credit : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และ หนังสือในหลวงกับการศึกษาไทย : ห้าทศวรรษสิริราชสมบัติ คณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี  จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในมหามงคลสมัยฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๓๙
 

edit @ 24 Jun 2011 20:59:45 by Arm Vegas

Next 2 You - Chris Brown ft. Justin Bieber

posted on 23 Jun 2011 19:15 by armvegas
 
I think the song is so sweet and the video is so AWESOME! xD
I wish one day if the sky is fallin, he would be standing right NEXT 2 ME
 
Next 2 You - Chris Brown ft.Justin Bieber lyrics
 
You've got that smile,
That only heaven can make.
I pray to God everyday,
That you keep that smile.
 
Yeah,you are my dream,
There's not a thing I won't do.
I'll give my life up for you,
Cuz you are my dream.
 
And baby,everything that I have is yours,
You will never go cold or hungry.
I'll be there when you're insecure,
Let you know that you're always lovely.
Girl,cuz you are the only thing that I got right now
 
One day when the sky is falling,
I'll be standing right next to you,
Right next to you.
 
You had my child,
You make my life complete.
Just to have your eyes on little me,
That'd be mine forever.
 
And baby,everything that I have is yours
You will never cold or hungry
I'll be there when you're insecure
Let you know that you're always lovely
Girl,cuz you are the only thing that I got right now
 
One day when the sky is falling,
I'll be standing right next to you,
Right next to you.
Nothing will ever come between us,
I'll be standing right next to you,
Right next to you.
 
We're made for one another
Me and you
And I have no fear
I know we'll make it through
 
One day when the sky is falling,
I'll be standing right next to you
Ohh ohh ohh ohhhhh
 
One day when the sky is falling,
I'll be standing right next to you,
Right next to you.
Nothing will ever come between us,
I'll be standing right next to you,
Right next to you.
 
Oh nah nah
Oh yeah
Stand by my side
when the sky falls
Oh baby
I'll be there
 
You've got that smile,
That only heaven can make.
I pray to God everyday,
To keep you forever.